5 เหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรใส่ การเล่นขา ไว้ในตารางออกกำลังกาย

Share :

5 เหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรใส่ การเล่นขา ไว้ในตารางออกกำลังกาย



อย่าคิดว่าหุ่นของคุณดูดีแล้ว ถ้ายังไม่ได้ใส่การเล่นขาไว้ในตารางออกกำลังกาย เพราะมันคือหนึ่งในข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่มักทำกัน

 

เวลาตั้งโจทย์ไว้ว่าอยากมีรูปร่างที่ดูดีเหมือนนายแบบในหน้านิตยสาร หรือปั้นหุ่นให้สมาร์ตเหมือนบรรดานักกีฬา เพราะร่างกายท่อนล่างเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากมองข้าม เนื่องจากมัวไปให้ความสำคัญกับร่างกายท่อนบน เช่น อก แขน ไหล่ ฯลฯ จนลืมนึกไปว่าร่างกายคนเราจะสมส่วนไม่ได้ หากคุณมีร่างกายท่อนบนที่ใหญ่โตบึกบึน มีกล้ามเป็นมัดๆ แต่กลับมีขาที่เล็กลีบเสียยิ่งกว่าผู้หญิงที่กำลังทำท่าสควอตอยู่ข้างๆ เสียอีก นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า ‘Chicken Leg’ หรือไอ้หนุ่มขาไก่ ที่ฝรั่งตั้งไว้ล้อเลียนคนที่เล่นแต่ท่อนบน แต่ท่อนล่างกลับเล็กลีบแบน สวนทางกับแผ่นอกที่หนาใหญ่นั่นเอง

 

การที่จะวัดกันว่าคนคนนั้นเล่นมานานเท่าไหร่ หรือเก๋าขนาดไหน จึงต้องดูกันที่ความสมส่วนของกล้ามเนื้อ เพราะร่างกายที่ Powerful สมบูรณ์แบบ คือรูปร่างที่บาลานซ์กันทั้งส่วนบนและล่าง ไม่ใช่ว่าไม่อยากเล่นขา เพราะกลัวใส่ Skinny Jean ไม่สวย หรือเล่นแล้วเหนื่อย ปวดระบมไปสามวันห้าวันเลยไม่เล่น เพราะประโยชน์ของการมีกล้ามขาที่แข็งแรงนั้น ไม่ได้แค่ช่วยให้คุณดูสมาร์ตยามสวมใส่กางเกงขายาว หรือนุ่งสั้นรับซัมเมอร์ แต่ยังส่งผลบวกต่อร่างกายส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน

 

เราเลยจะมาอธิบายให้ฟังถึงเหตุผลที่คุณไม่ควรละเลยการเล่นขา และท่าที่ควรเล่นเพื่อให้มีกล้ามขาที่สวยงามและทรงพลัง ไม่ได้เล่นเอาให้ใหญ่เหมือนนักเพาะกาย เพราะเชื่อเถอะว่า ขาไม่ได้เป็นส่วนที่ปั้นขึ้นได้ง่ายนัก ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าเล่นแล้วขาจะปูดตัน หรือเบียดกันจนไม่น่ามอง เพราะที่เห็นๆ กันนั้นเขาเล่นมาเป็นสิบๆ ปี กว่าจะออกมาอย่างที่เห็น

 

เล่นอย่างไร ท่าไหนไม่ให้ใหญ่ไป

กล้ามเนื้อส่วนล่างก็เหมือนแผ่นอก หรือไหล่ที่ควรเล่นให้ครบมิติ เพราะถ้าไม่นับเรื่องความสวยงามแล้ว ในชีวิตจริง กล้ามเนื้อเหล่านั้นจะทำงานกันอย่างสอดประสานในเวลาเดียวกัน เช่น การวิ่งที่ต้องใช้ทั้งต้นขาหน้า ต้นขาหลัง บั้นท้าย น่อง ฯลฯ เราจึงควรสร้างความแข็งแรงให้ครบทุกส่วน

 

ดังนั้นตารางการเล่นขาของคุณจึงไม่ควรเล่นแต่ท่าตระกูลสควอต เช่น Front Squat, Goblet Squat, Bodyweight Squat หรือ Jump Squat เพื่อบริหารต้นขาหน้า หรือท่าลังก์ และเดดลิฟต์ สำหรับปั้นต้นขาหลังเท่านั้น แต่ควรใส่ท่าอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ท่า Side Lunge เพื่อบริหารกล้ามขาด้านข้าง หรือการเล่นเครื่อง Adductor Machine หรือ Sumo Squat เพื่อเล่นกล้ามขาด้านใน (ขาหนีบ) การเล่นก้น หรือบั้นท้ายด้วยท่า Hip Thrust และบริหารน่องด้วยท่ายืนเขย่งอย่าง Double - Leg Calf Raise

 

ส่วนเทคนิคการเล่นสำหรับคนที่ไม่ได้อยากขาปูด ยังอยากใส่ยีนส์พอดีตัวสวยๆ ดูสมส่วน แนะนำว่าให้เล่นท่าเหล่านี้จำนวน 8 - 12 ครั้ง ต่อเซ็ต ท่าละ 4 เซ็ต พักไม่เกิน 1 นาที ต่อเซ็ต ให้เลือกน้ำหนักเวทที่สามารถยกได้ไม่เกิน 12 ครั้ง แล้วค่อยปรับเพิ่มน้ำหนักทุก 3 สัปดาห์ เล่นเพียงสัปดาห์ละครั้งก็เห็นผลแล้ว และอย่าเพิ่งเศร้าใจว่าขาจะใหญ่เป็นท่อนซุง อย่างที่บอกว่ากล้ามขาไม่ได้ปั้นกันง่ายๆ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ สรีระของแต่ละคน และการเล่นบวกกับการกินที่ต้องถึง ดังนั้นเล่นไปเถอะ ไว้ใหญ่เกินไปเมื่อไหร่ค่อยปรับลดลง สู้เล่นให้สวย มีกล้ามขาแน่นๆ มีริ้วกล้ามเนื้อไว้โชว์สาว แบบนี้เท่กว่ากันเยอะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก gqthailand

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

การป้องกันการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

เล่น ฟิตเนส ( Fitness ) อย่างไรให้ได้ผล

Created : 09-03-2020


บทความที่น่าสนใจ

ยกเวทอย่างถูกวิธี ไม่ต้องกลัว ‘หน้าอกแบน’
รับมือวิ่งลู่วิ่งแล้วข้อเท้าพลิก