สัญญานอันตรายถ้าเกิดแล้วควรหยุดออกกำลังกาย

Share :

สัญญานอันตรายถ้าเกิดแล้วควรหยุดออกกำลังกาย



การออกกำลังกายเมื่อคนเราออกกำลังกาย โดยหวังจะให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี และแข็งแรงขึ้น ดังนั้นการออกกำลังกายควรมอบแต่ประโยชน์ ไม่ใช่โทษ และรู้หรือไม่ว่าถ้ามีอาการแบบนี้ควรหยุดทันทีแล้วพัก

 

ถ้ามีอาการแบบนี้ควรหยุดทันทีย้ำควรหยุดทันที

 

เหนื่อยมากผิดปกติ รับรู้ได้ว่ากำลังฝืนขีดจำกัดของร่างกายมากเกินไป
 

ใจเต้นรัวผิดปกติ รู้สึกถึงใจที่เต้นแรง และเร็ว มากกว่าการออกกำลังกายครั้งไหนๆ
 

หายใจไม่ทั่วท้อง หายใจขัดเป็นช่วงๆ
 

เวียนศีรษะ หรือตาเริ่มพร่าลาย
 

คลื่นไส้
 

หน้ามืด
 

เหงื่อออกมากเกินกว่าปกติ และ/หรือมือเท้าเย็นเฉียบ
 

เริ่มรู้สึกว่ากำลังจะไม่ได้สติ

 

หากมีอาการดังกล่าวเพียง 1 อาการ ควรหยุดออกกำลังกาย แล้วนั่งพักจนกว่าจะหายเหนื่อย หรือจนกว่าร่างกายจะเป็นปกติ

 

สาเหตุที่ทำให้ออกกำลังกายไม่ได้

หลายคนอยากออกกำลังกาย แต่ออกกำลังกายแล้วรัยรู้ได้ว่าร่างกายไม่ไหว อาจมีสาเหตุมาจาก

- พักผ่อนน้อยเกินไป

- ทั้งวันทานอาหารน้อยเกินไป

- หักโหมต่อการออกกำลังกายมากเกินไป

- กำลังอยู่ในสภาวะเจ็บป่วย ไม่สบาย ร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรง 100% หรือเพิ่งหายไม่สบายมาใหม่ๆ ร่างกายยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่

- อากาศอาจจะร้อนอบอ้าวมากเกินไป อาจทำให้เป็นลม หมดสติได้ (ในกรณีที่ผู้ออกกำลังกายอาจยังมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงมากพอเหมือนนักกีฬาอื่นๆ)

- เพิ่งทานอาหารเสร็จใหม่ๆ เลือดในระบบไหลเวียนโลหิตจะถูกแบ่งไปใช้ในการย่อยอาหาร เพราะฉะนั้นเลือดที่จะไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงส่วนของกล้ามเนื้อที่จะใช้ในการออกกำลังกายก็จะน้อยลง อาจเกิดอาการบาดเจ็บ เป็นตะคริว หรืออาจมีอาการจุกท้องได้ง่าย

- ขาดน้ำ ทั้งก่อน และหลังออกกำลังกายควรแน่ใจว่าตัวเองได้รับน้ำดื่มสะอาดๆ มากเพียงพอ จนไม่อยู่ในภาวะขาดน้ำหลังออกกำลังกาย เพราะอาจเหนื่อยมากจนช็อคได้

สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว อย่างโรคหัวใจ ควรค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องทีละน้อย 5-10-15 นาที และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากเกินไป หรือต้องมีการแข่งขัน เช่น กีฬาอย่างฟุตบอล ยกน้ำหนัก เพื่อไม่ให้ร่างกาย และหัวใจ ทำงานหนักโดยไม่ได้ตั้งใจ


ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรออกกำลังกายใกล้ช่วงเวลานอน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังในบริเวณกล้ามเนื้อที่ฉีดอินซูลีนในระยะเวลา 1 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้อินซูลินซึมเข้ากระแสเลือดผ่านเลือดที่สูบฉีดขณะออกกำลังกายบริเวณนั้นเร็วเกินไป จนอาจเกิดอาการช็อค อ่อนเพลีย มึนงง หรือหมดสติ

ผู้ป่วยหอบหืดสามารถออกกำลังกายเบาๆ และต่อเนื่องได้ แต่ควรพกยาพ่นเอาไว้ข้างตัวด้วย หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายติดต่อกันเกิน 15-30 นาที และอย่าลืมวอล์มอัพและคูลดาวน์ก่อนและหลังออกกำลังกายทุกครั้ง หากเหนื่อยมากให้หยุดพักทันที

ถ้าจะให้ดีต้องมีเทรนเนอร์

     การออกำลังกายนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้ง เทรนเนอร์ ฟิตเนส อีกด้วย การมีเทรนเนอร์นั้นเปรียบเสมียนเรามีครูและมีหมอรักษาเบื้องต้นนั้นเอง

      ครั้งหน้าจะมีเคล็ดลับออกกำลังส่วนไหนหรือมีบทความเกี่ยวกับ การออกำลังกาย ต้องมาติดตามกับเราและเทรนเนอร์ประจำฟิตเนสที่พร้อมให้บริการด้วยความเป็นมิตร ให้ “FIT24” เป็นคู่มือให้คุณ ตลอด 24 ชม. ติดตามข่าวสาร บทความดีๆ เทคนิคต่างๆ ที่นี่เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  sanook

Created : 01-10-2019


บทความที่น่าสนใจ

ออกกำลังกายยังไงให้หลับสบาย
ขั้นตอนง่ายๆ เพื่อกล้ามหน้าท้อง