วิ่งแล้วจุกทำอย่างไรดีแล้วเกิดจากอะไร

Share :

วิ่งแล้วจุกทำอย่างไรดีแล้วเกิดจากอะไร



กิจกรรมการวิ่งนั้น เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ฮิตที่สุดในโลกตอนนี้ถึงขั้นมีการจัดแข่งขันวิ่ง24ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่หลายคนสังเกตไหมครับว่า ทำไมเวลาเราวิ่งแล้วจุกมันเกิดจากอะไรวันนี้มีคำตอบ

 เรามาพูดถึงรองเท้ากันก่อน การวิ่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าเรามีรองเท้าที่ สามารถซับข้อเท้าพื้นเท้าเราได้ ดังนั้น รองเท้าจึงเป็นส่วนสำคัญในการวิ่ง

 

การเลือกรองเท้าวิ่งที่ดี

 ทรงรองเท้าต้องเข้ากับเท้าเรา

กระชับ และใส่ได้พอดีไม่รู้สึกเน้น

พื้นรองเท้าต้องมีดอกหรือปุ่ม ที่ค่อยซัพข้อเท้าเรา

ใส่แล้วรู้สึกไม่สูงเกินไป

เวลาวิ่งแล้วกระชับ ไม่หลวมและ รู้สึกนุ่มสบาย

วิ่งแล้วจุก

จากสาเหตุที่เราวิ่ง ๆ อยู่แล้วเกิดอาการจุกเสียดท้อง เจ็บปวดราวกับเป็นตะคริว บางคนวิ่งไปไม่ทันไรก็จุกขึ้นมาซะอย่างนั้น จากที่กายพร้อม ใจพร้อม อยากจะวิ่งเต็มที่ กับกลายเป็นต้องมาร้องโอดโอยข้างทาง หมดอารมณ์วิ่งกันไปเลย

อาการจุกท้อง หรือเสียดท้องบริเวณท้องน้อย อาจเกิดได้จากสารพัดรูปแบบหลากหลายสาเหตุครับ โดยจุดที่พบบ่อยจะเป็นใต้ซี่โครงขวา อาการจุก มักเกิดขึ้นกับกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ แน่นอนครับการวิ่งเป็นหนึ่งในนั้น เพราะขณะที่เราวิ่งมีการย่ำเท้าขึ้นลงอย่างหนักไปที่พื้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เรากำลังหายใจออกครับ ส่งผลให้เรานั้นต้องหายใจเร็วขึ้น ถี่ขึ้น กะบังลมของเราก็เลยต้องทำงานหนักขึ้นเช่นเดียวกัน จนทำให้มันเกิดอาการเกร็ง และกลายเป็นตะคริว หรือที่เราเรียกกันว่า อาการจุกเสียด นั่นแหละครับ

นอกจากนี้ อาการจุก ยังอาจเกิดได้จากที่แก๊สในอาหารที่เพื่อน ๆ กินกันไปก่อนหน้าที่จะมาวิ่งได้เหมือนกันนะครับ ขณะที่วิ่ง ๆ อยู่นั้น ลำไส้มีการเคลื่อนไหวขึ้น ๆ ลง ๆ ทำให้แก๊สจากอาหารที่กินเข้าไปนั้นลอยขึ้นไปดันกะบังลม และเกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้นในลำไส้ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้เกิดอาการ จุกเสียดท้อง ขึ้นมาได้นั่นเอง อาการนี้ให้ทำใจร่ม ๆ ครับ เมื่อลดความเร็วในการวิ่งลง เพื่อรอให้เจ้าอาหาร หรือแก๊สมันย่อยหมดเสียก่อน อาการเหล่านั้นก็จะหายไปเองครับ

จากการทดลองในประเทศญี่ปุ่น ได้ทดสอบจากนักวิ่งมาราธอน จำนวน 321 คน พบว่ามีผู้ที่มีอาการ จุกเสียดท้องบริเวณท้องด้านข้าง 83% และตรงกลางท้อง 17% โดยสาเหตุเกิดจากแก๊สที่ลอยขึ้นไปดันกะบังลมนี่ล่ะครับ

     เชื่อว่าเพื่อน ๆ วิ่งไหนดี ทุกคนอาจจะเคยเจอปัญหาอาการเหล่านี้ แล้วเราจะทำยังไงไม่ให้ อาการจุกเสียด มารบกวนการวิ่งของเรา วันนี้วิ่งไหนดี มีข้อแนะนำเบื้องต้นมาบอกกันด้วยครับ

1.หลีกเลี่ยงที่จะออกกำลังกายหลังจากที่ทานอาหารมา และรอให้มันได้ทำการย่อยสัก 2-3 ชั่วโมง
2.หลังทานอาหารไม่ควรดื่มน้ำ แนะนำให้จิบแทน เว้นระยะสักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยดื่มน้ำ จะทำให้ท้องไม่อืด
3.ปรับการหายใจให้สัมพันธ์กับการก้าวเท้าวิ่งของเรา เพื่อให้ปอดและกล้ามเนื้อกระบังลมทำงานสัมพันธ์กัน
4.ปรับท่าวิ่งให้แกนลำตัวตรง ไม่ห่อตัว ไม่งอหลัง โดยให้หลังช่วงบนตั้งตรงมากขึ้น

     รู้อย่างนี้แล้ว เพื่อน ๆ ก็ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ เพื่อการวิ่งที่ราบรื่นของเรา ไม่ให้เกิด อาการจุก มารบกวนใจเวลาฝึกซ้อม แต่หากว่ายังเกิดอาการจุดเสียดท้องอยู่ ให้เราลองหายใจเข้า-ออกลึก ๆ กดบริเวณที่มีอาการจุก แต่ถ้าอาการยังไม่สู้ดีจนวิ่งซ้อมต่อไม่ไหวจริง ๆ ก็อย่าไปฝืนครับ รอให้อาการดีขึ้นก่อนแล้วค่อยกลับมาซ้อมจะดีกว่านะครับ

 

     เสริม  หากท่านกำลังมองหา ที่วิ่งหรือ สถาที่วิ่งในตอนนี้  อากาศแบบนี้ผมแนะนำวิ่งใน ฟิตเนสดีกว่าครับด้วยความปราถนาดีจาก srinakarinfit24

ขอขอบคุณข้อมูล วิ่งไหนดี

Created : 10-09-2019


บทความที่น่าสนใจ

วิ่งที่ฟิตเนสอย่างไรให้ถูกวิธีและเบิร์นไขมัน
ออกกำลังกายในฟิตเนส ปลอดภัยจากมลพิษฝุ่น