วิ่งที่ฟิตเนสอย่างไรให้ถูกวิธีและเบิร์นไขมัน

Share :

วิ่งที่ฟิตเนสอย่างไรให้ถูกวิธีและเบิร์นไขมัน



การวิ่งนั้นถ้าวิ่งถูกวิธีจะช่วยส่งผลดีต่อรางกายคุณในหลายๆด้าน ทั้งลดน้ำหนักและไม่ได้รับอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ซึ่งในปัจจุบันการวิ่งก็เป็นการออกกำลังกายที่เป็นที่นิยมของผู้คนเช่นกัน หลายๆคนมักจะวิ่งออกกำลังกายบนลู่วิ่งใน ฟิตเนส (Fitness) วันนี้เราจะว่าบอกว่าวิ่งที่ฟิตเนสอย่างไรให้ถูกวิธีและเบิร์นไขมัน

 

วิ่งที่ฟิตเนสอย่างไรให้ถูกวิธีและเบิร์นไขมัน

การวิ่งออกกำลังกายนั้นเป็นการออกกำลังกายแบบคาดิโอ้อย่างหนึ่ง แต่ถ้าคุณต้องการจะวิ่งเพื่อนเบิร์นไขมัน หรือ ออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงของร่างกาย การวิ่งก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณได้ทำตามเป้าหมายของคุณได้ การวิ่งเพื่อเบิร์นไขมันนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณวิ่งได้มากแค่ไหนแต่อยู่ที่วิธีการวิ่งของคุณมากกว่าว่าวิ่งถูกวิธีหรือไม่ การวิ่งี่จะช่วยเบิร์นไขมันนั้นต้องออกกำลังกายต่อเนื่องนาน 20 นาทีขึ้นไปเพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ประมาณ 60 – 80 เปอร์เซ็นต์ของอัตรากาเต้นสูงสุด ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจในระดับนี้จะทำให้กล้ามเนื้อได้ใช้ออกซิเจนและพลังงานส่วนใหญ่จากไขมันและการเบิร์นไขมันต้องวิ่งออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 30 นาทีเพราะร่างกายจะดึงเอาไขมันมาใช้เป็นพลังงานหลักใน 20 นาทีเป็นต้นไปและจะใช้ไขมันมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อคุณออกำลังกายต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สำหรับใครที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือ เบิร์นไขมันให้ได้เยอะๆควรวิ่งออกกำลังกายให้ได้ประมาณ 45 – 60 นาที ซึ่งจะทำให้ร่างกายช่วยดึงไขมันออกมาใช้ได้มาก การวิ่งนั้นเป็นการออกกำลังกายที่สะดวกไม่ว่าคุณจะวิ่งในสวนสาธารณะ หรือ ฟิตเนส (Fitness) ใกล้บ้านและไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดเยอะเช่นเดียวกันเพราะการวิ่งออกกำลังกายเสี่ยงต่อข้อกระดูกของคนที่มีอายุมากๆ หรือ คนที่มีน้ำหนักตัวเยอะเกินมาตรฐานจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บมากกวาได้ประโยชน์ ดังนั้นถ้าคุณอยากวิ่งเพื่อสุขภาพ หรือ อยากเบิร์นไขมัน โดยวิธีการวิ่งที่ถูกต้อง ดังนี้

1.ส้นเท้าควรจะสัมผัสพื้นก่อนที่ฝ่าเท้าจะตามลงมา

ส้นเท้าของคุณควรจะสัมผัสพื้นก่อนที่ทั้งฝ่าเท้าจะตามลงมาและเมื่อปลายเท้าหมุนลงมาแตะพื้น ส้นเท้าจึงจะเปิดขึ้น ปลายเท้าก็จะคล้ายตะกุยดิน ถีบตัวเหมือนสปริงดีดตัวขึ้นบนและเคลื่อนไปข้างหน้า โดยจุดที่เท้าสัมผัสพื้นควรจะตรงกับหัวเข่าซึ่งควรต้องงอเข่านิด ๆและเท้าควรจะสัมผัสพื้นหลังจากที่ได้เหยียดออกไปข้างหน้า

2.วิ่งหลังตรงและเป็นธรรมชาติ

คุณควรวิ่งให้หลังตรงและเป็นธรรมชาติมากที่สุด ศีรษะตรง ตามองตรงไปข้างหน้า ส่วนต่าง ๆ จากศีรษะลงมาหัวไหล่และสะโพกจนถึงพื้นเป็นเส้นตรง ลำตัวไม่โน้มไปด้านหน้าหรือเอนไปด้านหลัง

3.การเคลื่อนไหวของแขน

การเคลื่อนไหวของแขนจะช่วยเป็นจังหวะและการทรงตัวในการวิ่ง ในขณะที่วิ่งแขนควรแกว่งไปมาเหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกาไปตามแนวหน้า-หลัง พยายามอย่าให้ข้อศอกงอเข้ามาแคบกว่า 90 องศา ส่วนหัวแม่โป้งวางบนนิ้วชี้สบาย ๆ กำนิ้วหลวม ๆ ข้อมือไม่เกร็ง บางครั้งอาจเหยียดแขนตรงลงมา หรือ เขย่าแขนเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวบ้าง หลังจากยกแขนไว้นาน ๆ

4.การหายใจ

คุณควรหายใจเข้าทางจมูกและปล่อยลมหายใจออกพร้อมกันทั้งทางจมูกและปาก ทั้งนี้การหายใจควรเป็นไปตามสบายและพยายามหายใจด้วยท้อง โดยสูดหายใจเข้าไปในปอดจนท้องขยายและบังคับปล่อยลมให้ออกมาด้วยการแขม่วท้อง เพราะการหายใจไม่ถูกวิธีอาจจะทำให้เกิดการจุกเสียดขณะวิ่งได้

แม้ว่าคุณจะเอาส้นเท้าลงแตะพื้นก่อนแต่ไม่ใช่ว่าคุณต้องทิ้งน้ำหนักตัวลงไปแบบเน้นย้ำ เพียงแค่คุณจัดท่าทางของเท้าในแบบที่จะช่วยลดแรงกระแทกเพียงเท่านั้นพอเพราะเมื่อส้นเท้าแตะพื้นแล้วฝ่าเท้าของคุณทั้งหมดต้องตามลงมาทันทีเพื่อเป็นการรองรับแรงกระแทกระหว่างน้ำหนักกับพื้นสำหรับใครที่วิ่งโดยลงส้นเท้าเต็มๆคุณควรจะปรับเปลี่ยนท่าวิ่งให้ถูกต้องก่อนจะพบเจอกับการบาดเจ็บในการออกกำลังกาย หรือ ข้อต่อของคุณอักเสบ

 

วิ่งเพื่อเบิร์นไขมัน

การวิ่งที่เหมาะสมกับผู้ที่อยากเบิร์นไขมัน หรือ ลดน้ำหนัก คือ คุณต้องวิ่งช้าแต่วิ่งให้นาน การออกกำลังกายทุกๆชนิดช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานซึ่งจะดึงมาจากไขมันสะสมและน้ำตาลในร่างกาย การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน หรือ วิ่งช้าๆ มีอัตราการเผาผลาญพลังงานกัน การเร่งความเร็วมากเกินไปจะทำให้วิ่งได้ไม่นานและหากวิ่งได้ไม่นานมากพอระบบเผาผลาญของคุณก็จะยังใช้เพียงน้ำตาลในเลือดออกมาเป็นพลังงานเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ดึงไขมันที่สะสมในร่างกายของคุณมาใช้เพราะน้ำตาลนั้นเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ง่ายและเร็วกว่าไขมัน เพราะฉะนั้นการวิ่งช้าๆแต่ระยะเวลานานจะลดน้ำหนักและเบิร์นไขมันได้มากกว่าวิ่งเร็ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก tvdirect.tv

Created : 24-07-2019


บทความที่น่าสนใจ

เริ่มต้นเดินอย่างไรให้ผอม
มือใหม่หัดปั่น