วิธีลดอุบัติเหตุเมื่อ ออกกำลังกาย ที่ ฟิตเนส

Share : facebook_share google_share line_share twitter_share messenger_share

วิธีลดอุบัติเหตุเมื่อ ออกกำลังกาย ที่ ฟิตเนส



ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ทั้งนั้น รวมถึงการ ออกกำลังกาย ที่ ฟิตเนส ด้วย เพราะฉะนั้น เราควรหาวิธีลดอุบัติเหตุเมื่อ ออกกำลังกาย เพื่อที่ร่างกายเราจะได้ไม่บาดเจ็บขณะใช้งานร่างกาย

 

     การ ออกกำลังกาย ในปัจจุบันมีแนวโน้มจะเป็นการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพมากขึ้น ได้ทั้งสภาพร่างกายที่แข็งแรง จิตใจเบิกบาน ยังได้ทั้งสังคมในกลุ่มเพื่อนใหม่ ๆ สำหรับคนที่ต้องการ “เคาะสนิม ” ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ ต้องเตรียมตัวร่างกาย และ ใจให้พร้อม เพื่อหลีกเลี่ยงจากอาการบาดเจ็บโดยคาดไม่ถึง

 

สาเหตุของการ บาดเจ็บจากการ ออกกำลังกาย ที่ ฟิตเนส

  • การใช้งานมากเกินไป ( overuse injury ) ยิ่งใช้มากก็เจ็บมาก เช่น บางครั้งการฝึกวิ่งสามารถทำได้ระยะหนึ่ง แต่ใจอยากวิ่งให้ได้ระยะทางมากขึ้น หรือ ต้องการลงแข่งในระยะทางที่มากกว่าที่เคยฝึก ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ในบางกรณีผู้เล่น หรือ นักกีฬาอยู่ในช่วงกำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่กลับฝืน ออกกำลังกาย หรือ เล่นกีฬาซ้ำในบริเวณที่บาดเจ็บ จึงเกิดการใช้งานที่มากเกินไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อฉีกขาด จนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่มากกว่าเดิม
  • อุบัติเหตุ ( accident ) การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขณะ ออกกำลังกาย มีความรุนแรงแตกต่างกันตามขนาดของกำลัง และ อัตราความเร็ว มักเกิดจากการกระแทก หรือ ปะทะอย่างรุนแรง รวมถึงการสูญเสียการทรงตัว ลื่นหกล้ม ส่วนใหญ่เกิดขึ้นตามตำแหน่งของการใช้งาน เช่น ข้อต่อเคลื่อนหรือหลุด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกหัก บางครั้งอาจมีความรุนแรงถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และ ทันท่วงที

 

วิธีลดอุบัติเหตุเมื่อ ออกกำลังกาย ที่ ฟิตเนส

1. วอร์มอัพก่อนลุย

     การได้เหยียดกล้ามเนื้อ และ การ ออกกำลังกาย เริ่มต้นเบา ๆ ไปก่อน จะช่วยการไหลเวียนของเลือด ทั้งการได้คลายกล้ามเนื้อทุกส่วน มีนักวิ่งหลายคนขี้เกียจบริหารร่างกายในท่าพื้นฐาน ทั้งการหมุนหัวไหล่ สะบัดมือ แขน ขา ส่วนใหญ่จะเข้าลู่วิ่งทันที เคยมีให้เห็นเป็นตัวอย่าง มีนักวิ่งหน้าใหม่วิ่งรวมกลุ่มนักวิ่งคนอื่น ก่อนจะเริ่มวิ่งช้าลง เกิดอาการจุกเสียด หัวใจเต้นเร็ว และ แรงกว่าปกติ ควบคุมการหายใจเข้าออกไม่ได้

2. สวมใส่อุปกรณ์กีฬา

     ไม่ว่าจะ ออกกำลังกาย อะไร ชนิดไหน รองเท้าที่สวมใส่ได้ถูก ออกแบบให้เหมาะสมอยู่แล้ว การใช้รองเท้า หรือ เครื่องป้องกันตัวอื่น ๆ อย่างผ้ารองข้อศอกจะช่วยหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ ส่วนการใส่รองเท้าผิดประเภท อาจจะต้องทนเจ็บ เดินกระเผลกกับอาการส้นรองช้ำ ข้อเท้าแพลง บางรายเจ็บเรื้อรัง ขาดการรักษาที่ถูกต้อง จะหาหมอก็ต่อเมื่ออาการหนักแล้ว ดังนั้น การสวมใส่อุปกรณ์ที่เหมาะสม จึงช่วยลดอาการบาดเจ็บลงได้

3. ร่างกายต้องพร้อม

     ลองตรวจสอบตัวเองก่อน ว่าวันนี้พักผ่อนมาเต็มที่หรือไม่ บางคนนอนหลับกลางคืนไม่กี่ชั่วโมง แล้วตื่นเช้าไปทำงาน ตกเย็นสวมชุดกีฬาที่คุ้นเคยเข้า ฟิตเนส ทันที หลายคนคิดว่าตัวเองแข็งแรง ทำอย่างนี้ทุกวันเท่ากับสะสมความเหนื่อยล้าของร่างกายเป็นทวีคูณ อาจเกิดอาการน็อกกลางอากาศโดยไม่รู้ตัว หากรู้สึกอ่อนเพลีย ก็หยุด ออกกำลังกาย ไปก่อนอย่าฝืนจะดีกว่า

4. เข้าใจทักษะ

     ไม่ว่าจะเล่นบาสเกตบอล หรือฟุตบอล หลายรายไม่ทันระวังตัวถูกศอกของคู่ต่อสู้กระแทกใส่ใบหน้าทั้งเป็นแผลแตก หรือ ดั้งจมูกหัก ฟันหัก การทำความเข้าใจกับวิธีการเล่นที่ถูกต้อง มีน้ำใจนักกีฬา มีการฝึกฝน และสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง จะช่วยลดการบาดเจ็บได้มาก

5. ไม่หักโหม

     คนที่มีโรคประจำตัวอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งโรคเบาหวาน ไขมัน ความดัน หรือ โรคหัวใจ ก็ตาม สามารถจะเล่นกีฬาได้เหมือนคนที่มีสุขภาพดี เพียงแต่อย่าหักโหม ต้องรู้จักประเมินสภาพร่างกายของตัวเองไว้ก่อน

6. การคูลดาวน์ ( Cool down )

     หลังเล่นกีฬาเสร็จแล้ว ควรจะเคลื่อนไหวร่างกายไปสักพักด้วยการเดินไปมา เพื่อให้กล้ามเนื้อแขนขาได้คลายความเมื่อยล้า โดยเฉพาะกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยจะค่อย ๆ สลายไป หลังออกซิเจนในเลือดได้เข้ามาหล่อเลี้ยงอีกครั้ง ช่วยลดการปวดกล้ามเนื้อได้ หัวใจที่เต้นถี่มากขึ้นได้กลับมาเต้นในอัตราปกติ การสูบฉีดของเลือดไหลเวียนไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเป็นปกติอีกครั้ง

7. การดื่มน้ำ

ดื่มน้ำไม่มาก หรือ น้อยเกินไป เทคนิคในการดื่มน้ำก่อน ระหว่าง และ หลัง ออกกำลังกาย วิธีง่าย ๆ คือ ดื่มน้ำ 250 มล. ก่อน ออกกำลังกาย ประมาณ 20 – 30 นาที จากนั้นดื่มน้ำอีก 250 มล. ทุก ๆ 10 – 20 นาที ระหว่าง ออกกำลังกาย และ ดื่มน้ำ 500 มล. เมื่อ ออกกำลังกาย เสร็จแล้ว

8. อาหารเพิ่มพลัง

     เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สารอาหารครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายมีพลัง และ ลดอาการเหน็ดเหนื่อยได้ง่าย

 

การรักษาอาการบาดเจ็บเอ็น และข้อ จากการ ออกกำลังกาย ที่ ฟิตเนส

     ผู้ที่เกิดการ บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือการ ออกกำลังกาย อย่ากลัว ควรเข้ารับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาการรักษาที่เหมาะสมกับอาการบาดเจ็บ โดยแพทย์จะประเมิน และ วินิจฉัยอาการบาดเจ็บโดยการงอเหยียดให้สุด การขยับข้อต่อดูว่าสามารถทำได้ตามปกติ หรือ มีอาการบาดเจ็บจนมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่ หากมีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยอาจรักษาโดยการทำกายภาพบำบัด หรืออาจใช้การเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพื่อช่วยพยุงอวัยวะส่วนที่บาดเจ็บให้กลับมาใช้งานได้ดีขึ้น

 

     หากใครสนใจ สามารถขอคำแนะนำจากเทรนเนอร์ประจำ ฟิตเนส ที่พร้อมให้บริการด้วยความเป็นมิตรตลอด 24 ชม. ให้ “ FIT24 ” เป็นคู่มือให้คุณนะคะ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

การปั่นจักรยาน ออกกำลังกาย เริ่มต้น ได้ง่ายๆ

อาการ วิ่งแล้วจุก ป้องกันได้ อย่างไร



บทความที่น่าสนใจ

ออกกำลังกาย แล้วคัน เกิดจากอะไร?
ตะคริวเกิดจากอะไร มีอาการ และมีวิธีแก้อย่างไร