อาการ วิ่งแล้วจุก ป้องกันได้ อย่างไร

Share : facebook_share google_share line_share twitter_share messenger_share

อาการ วิ่งแล้วจุก ป้องกันได้ อย่างไร



นักวิ่งมือใหม่หลายคน อาจต้องเคยประสบกับปัญหา วิ่งแล้วจุก ซึ่งปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้ จากหลายสาเหตุ และวันนี้เราก็มีวิธีที่ช่วยป้องกัน มาแนะนำกันครับ

 

การวิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่นิยมกันอย่างมาก สำหรับผู้ที่ต้องการ ออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน หรือต้องการออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ ( Cardio ) การวิ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นการออกกำลังกายที่ดูง่าย และไม่มีปัญหาอะไร แต่หลายคน อาจจะเคยประสบกับปัญหา วิ่งแล้วจุก หรือเสียดท้อง บริเวณท้องน้อย ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดได้ จากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

 

กล้ามเนื้อยังไม่ชิน

 

อาการ วิ่งแล้วจุก สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกับ นักวิ่งมือใหม่ได้มากกว่า นักวิ่งที่วิ่งเป็นประจำ เนื่องจาก กล้ามเนื้อกระบังลมยังไม่แข็งแรง ต่อการหายใจที่มากขึ้น จากการวิ่ง

 

ไม่ได้วอร์มอัพก่อนวิ่ง

 

การวอร์มอัพ ( Warm Up ) ร่างกาย เป็นสิ่งที่หลายคน ละเลยก่อนการวิ่ง ทำให้เกิด อาการจุกท้องขณะวิ่ง หรืออาการบาดเจ็บอื่น ๆ ได้ ไม่ใช่เฉพาะ การวิ่ง ไม่ว่าจะออกกำลังกาย รูปแบบใดก็ตาม ผู้ออกกำลังกาย ควรทำการวอร์มอัพร่างกาย เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อม สำหรับการออกกำลังกาย เสียก่อน

 

วิ่งหลังงอ หายใจลำบากขึ้น

 

การออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ไม่ใช่แค่การวิ่งไปข้างหน้าเท่านั้น แต่นักวิ่ง จะต้องจัดวางร่างกาย ขณะที่วิ่งให้ถูกต้องด้วย หากขณะวิ่งหลังงอ ไม่ยืดตรง อาจทำให้หายใจได้ลำบากขึ้น ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายไม่เพียงพอ และอาจเกิดอาการ วิ่งแล้วจุก ตามมาได้

 

ทานเยอะก่อนมาวิ่ง

 

ถึงแม้ว่าคุณจะวิ่งถูกท่า หรือวอร์มอัพ ก่อนวิ่งมาแล้ว แต่ถ้าหากจัดมื้อใหญ่มาก่อนวิ่ง ก็ทำให้สามารถเกิดอาการ วิ่งแล้วจุก ได้ไม่ยาก เนื่องจาก อาหารที่พึ่งรับประทานยังไม่ได้รับการย่อยเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่วิ่งร่างกายจึงทำงานหนักมากขึ้น ขณะที่วิ่ง จึงเกิดอาการจุกท้องได้ง่ายมาก โดยเฉพาะ การทานอาหารปริมาณมาก ภายใน 2 ชั่วโมง ก่อนวิ่ง

 

วิธีแก้อาการ วิ่งแล้วจุก

 

วิ่งเป็นประจำ

 

การวิ่งเป็นประจำ จะทำให้ร่างกาย เกิดความคุ้นชินกับการวิ่งมากขึ้น ร่างกาย จึงมีการปรับตัว ให้แข็งแรง และมีความอึดมากขึ้นได้ การวิ่งเป็นประจำ นอกจากจะช่วยลด อาการวิ่งแล้วจุกได้แล้ว ยังเป็นช่วยทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

วอร์มอัพก่อนการวิ่ง

 

ก่อนการวิ่ง นักวิ่งควรทำการวอร์มอัพ ยืดเส้นยืดกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะในส่วนของกล้ามเนื้อขา ที่จะช่วยป้องกัน อาการบาดเจ็บรูปแบบอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยนักวิ่ง ควรทำการวอร์มอัพร่างกายอย่างน้อย 5 นาที ก่อนการวิ่ง

 

วิ่งหลังตรง

 

การวิ่งที่ถูกต้อง นักวิ่งจะต้องวิ่งให้หลังตรง และเป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่โน้มไปด้านหน้ามากเกินไป หรือหลังงอมากเกินไป จะช่วยทำให้ออกซิเจนสามารถเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเพียงพอ ขณะที่วิ่ง

 

หลีกเลี่ยงการทานอาหารก่อนวิ่ง

 

นักวิ่ง ควรหลีกเลี่ยง การทานอาหาร มื้อใหญ่ ก่อนมาวิ่ง หากกลัวหิวขณะวิ่ง ควรทานแต่น้อย พออิ่มท้องเท่านั้น โดยการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ควรทานก่อนการวิ่ง อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการ จุกท้อง ที่จะเกิดขึ้นขณะวิ่งได้

 

ใช้ผ้ารัดเอวช่วย

 

หากเกิดอาการจุกท้อง ขณะวิ่งอยู่บ่อยครั้ง ควรใช้ ผ้ารัดเอว เป็นตัวช่วยในการป้องกันอาการจุกได้ เพราะผ้ารัดเอว จะช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวบริเวณท้อง ขณะที่วิ่ง จึงช่วยลดอาการจุกขณะวิ่งได้ ในระดับหนึ่ง

 

เพียงปรับเปลี่ยน พฤติกรรมก่อน และขณะการวิ่งเหล่านี้ จะช่วยป้องกัน อาการ วิ่งแล้วจุก ได้ ทั้งนี้ หากเกิดอาการนี้ขึ้นมา ขณะที่วิ่งอยู่ นักวิ่ง ไม่ควรฝืนวิ่งต่อไป และแก้ไขได้ด้วย การลดระดับความเร็วในการวิ่ง พักยืดเส้นยืดสายกล้ามเนื้อ และผ่อนลมหายใจ เข้าออกอย่างช้า ๆ จะช่วยให้อาการจุกท้องดีขึ้น และสามารถวิ่งต่อไปได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ออกกำลังกายตอนท้องว่าง ( Fasted Cardio ) มีประโยชน์ มากแค่ไหน

สิ่งที่คน ออกกำลังกาย ไม่ควรทำ



บทความที่น่าสนใจ

ผู้สูงอายุแข็งแรงล้ำวัยได้ แค่เริ่มออกกำลังกาย
เล่น ฟิตเนส ท่าดึงข้อมือให้ถูกต้อง