เต้นแบบไหนช่วยลดน้ำหนัก

Share :

เต้นแบบไหนช่วยลดน้ำหนัก



ใครชอบเต้นเวลาไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ บ้างคะ รู้มั้ยคะว่าการเต้นสามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ด้วยนะ แถมยังช่วยคลายเครียดได้ดีทีเดียว จะเห็นว่าหนุ่มสาวไม่ได้ไปยิมเพื่อเล่นเวทอย่างเดียวแล้ว เรามาดูกันค่ะว่าเต้นแบบไหนช่วยลดน้ำหนักได้บ้าง

 

     วันนี้เราจะพาไปดูกันว่า ทำไมคนสายเฮลตี้สมัยนี้ ถึงนิยมไปเข้าคลาสเต้นกันเยอะขึ้น แล้วการเต้นช่วยเบิร์นไขมันได้ดีจริงหรือเปล่า? แล้วต้อง "เต้น" แบบไหน? ถึงจะกำจัดไขมันรอบเอวของคุณได้เยอะและเร็วที่สุด ถ้าพร้อมแล้ว...มาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ

 

1.ออกสเตปเบา ๆ ก็เผาผลาญได้

     มีบทความวิชาการทางสุขภาพจาก Harvard Medical School สหรัฐอเมริกา ระบุว่าเมื่อคนเราทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เป็นเวลา 30 นาที จะสามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ ส่วนจะเบิร์นได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของแต่ละคน

     ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่มีข้อมูลน่าสนใจก็คือ "การเต้น" ซึ่งสามารถช่วยให้คุณเบิร์นไขมันส่วนเกินได้ตั้งแต่ 90-266 แคลอรีเลยทีเดียว แบ่งเป็นการเต้นแบบเบา แบบกลาง และแบบสนุกสุดเหวี่ยง ซึ่งอย่างหลังก็จะเผาผลาญได้มากกว่าสองอย่างแรก

 

2.ทำไมสายเฮลตี้ชอบเข้าคลาสเต้น?

     ผศ.ดร.นพ.ภาสกร วัธนธาดา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา และการวิเคราะห์การเคลื่อนไหว เคยอธิบายไว้ในบทความวิชาการว่า การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ง่าย แต่การออกกำลังกายให้สม่ำเสมอเป็นเรื่องที่ยาก มีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ที่เริ่มออกกำลังกายจะหยุดออกกำลังกายกลางคันมากที่สุดในช่วง 2 เดือนแรก เมื่อครบ 6 เดือนจะพบว่า มีผู้หยุดออกกำลังกายประมาณ 50% ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น

 

- ทัศนคติต่อการออกกำลังกายของคู่ครอง : ถ้าแฟนชอบออกกำลังกายเราจะชอบไปด้วย แต่ถ้าแฟนไม่ชอบก็มีส่วนทำให้เราขี้เกียจไปออกกำลังกาย

- ขาดเพื่อนไปด้วย : สิ่งที่สามารถจูงใจทำให้มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอขึ้น คือ กลุ่มเพื่อนฝูงที่ออกกำลังกายด้วยกันเป็นประจำ ถ้าคุณไม่มีเพื่อนไปออกกำลังกาย คุณก็จะขี้เกียจและหยุดออกกำลังกายในที่สุด

- ขาดความท้าทาย : ถ้าไม่มีเป้าหมายหรือไม่มีความท้าทายในการออกกำลังกาย คนส่วนใหญ่จะไม่อยากไป ในทางกลับกัน คนที่มีเป้าหมาย เช่น อยากไปแข่งกีฬากับเพื่อน หรืออยากไปลดน้ำหนัก ก็จะรู้สึกอยากออกกำลังกายมากกว่าคนที่ไม่มีเป้าหมาย

     และอีกหนึ่งเหตุผลของบางคน อาจจะเกิดอาการ "เบื่อ" วิธีออกกำลังกายแบบเดิม ๆ ขาดแรงบันดาลใจที่จะไปออกกำลังกายเป็นประจำ แต่พอมีการเต้นเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อสังคมของกลุ่มคนออกกำลังกาย และพวกเขารู้สึกว่าช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้การออกกำลังกายได้ยาวนานขึ้น คงไม่ผิดนัก ถ้าจะพูดว่าหนุ่มสาวสายเฮลตี้สมัยนี้สนใจมาเต้นออกกำลังกายกันมากขึ้นเพราะมันสนุก และไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

 

3.การเต้นช่วยให้สุขภาพดี

     ผศ.ดร.นพ.ภาสกร วัธนธาดา ยังบอกอีกว่า การเต้น เช่น เต้นแอโรบิก เป็นการออกกำลังกายที่ใช้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทั้งตัว มีข้อดีคือ ใช้กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย มีแรงกระแทกเล็กน้อย แต่ถ้าออกกำลังกายด้วยการเต้น สเตปแอโรบิก (Step aerobic) พบว่ามีแรงกระแทกมากขึ้น เพราะเป็นการเต้นลงน้ำหนักเท้าบนแผ่นพลาสติกที่หนุนสูงขึ้นจากพื้น จึงควรระวังอย่าเต้นด้วยเพลงที่มีจังหวะเร็วเกินไป เพราะมีความเสี่ยงต่อการล้มได้

     สิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่ง คือ การเต้นแอโรบิคควรสนใจสภาพร่างกายตัวเองเป็นหลัก เพราะการเต้นเป็นกลุ่มใหญ่ ย่อมมีผู้ที่มีความฟิตที่ต่างกัน โดยเฉพาะถ้าเลือกเพลงที่มีจังหวะเร็วและสนุก ท่าเต้นที่รวดเร็วและใช้พลังงานสูง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ฟิต หากเต้นต่อเนื่องนาน ๆ อาจเป็นลมได้ และยังมีแนะนำว่า ถ้าจะออกกำลังกายด้วยการเต้น ให้เต้นอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็ได้ประโยชน์แล้ว ไม่ต้องหักโหมมาก แต่เน้นทำเป็นประจำจะดีที่สุด

 

     นอกจากนี้การเต้นยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีก ได้แก่

คลายเครียด : การเต้นแทงโก้ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น มีงานวิจัยที่ถูกเผยแพร่ใน Journal of Applied Gerontology พบว่าการเต้นรำแบบคู่พร้อมกับเปิดเพลงคลอไปด้วยสามารถช่วยคลายเครียดได้

ลดอาการซึมเศร้า : มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ทดสอบผลของการเต้นกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า โดยให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกลุ่มเต้นแนว Upbeat พบว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคซึมเศร้าน้อยลง และมีชีวิตชีวามากขึ้น

ช่วยให้ความจำดีขึ้น : การเต้นอาจช่วยให้ความจำดีขึ้น และป้องกันโรคสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เผยว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิคสามารถช่วยลดการสูญเสียมวลของฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมความจำ

ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า : การไปเต้นทุกสัปดาห์สามารถช่วยให้มีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น และทำให้ระดับพลังงานเพิ่มขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและพร้อมที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความกระตือรือร้น

ทรงตัวดีขึ้น : การเต้นแทงโก้สามารถช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น เพราะการเต้นจำเป็นต้องใช้การเคลื่อนไหวแบบรวดเร็วและการมีท่าทางที่ดี ดังนั้นการเต้นเป็นประจำจึงช่วยให้ร่างกายมีเสถียรภาพ และมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น

 

4.เต้นสนุกสุดมัน "ลดน้ำหนัก" ได้จริงป่ะ?

     คำตอบ คือ ช่วยได้จริงค่ะ การเต้นถือเป็นการออกกำลังกายที่ได้ขยับร่างกายแทบทุกส่วน เหมาะกับคนที่อยากเบิร์นเอาไขมันส่วนเกินในร่างกายออกไป ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน ต้นขา สะโพก เอว หน้าท้อง แถมยังเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหัวใจไปด้วย

     มีงานวิจัยใน Journal of Physiological Anthropology พบว่า การออกกำลังกายด้วย "การเต้น" สามารถช่วยลดน้ำหนัก และมี Aerobic Power เพิ่มขึ้นได้เท่าๆ กับการปั่นจักรยานและการวิ่งจ็อกกิ้ง

 

          เต้นแบบไหนเผาผลาญได้เยอะที่สุด?

1. เต้นซุมบ้า (Zumba)

     ซุมบ้าเป็นการเต้นสไตล์ลาตินอเมริกา ใช้การเต้นเป็นจังหวะช้าและเร็วสลับกัน เน้นเพลงที่เร้าใจ และมีท่าเต้นที่ไม่ยากจนเกินไป สามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการเต้นแอโรบิคแบบทั่วไป ผู้เต้นจะรู้สึกสนุกสนานมากกว่าการออกกำลังกายแบบทั่วไป และผู้เต้นไม่จำเป็นต้องมีทักษะหรือพื้นฐานในการเต้นมาก่อนก็สามารถเต้นได้ การเต้นซุมบ้า 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 360-370 แคลอรี

 

2. เต้น Pole Dance

     เป็นการเต้นออกกำลังกายแนวเซ็กซี่ที่ต้องออกแรงเยอะมาก ๆ ต้องใช้ทั้งกำลัง ความยืดหยุ่น และกล้ามเนื้อร่างกายที่มีความอดทน ไม่ใช่ว่าเต้นคลาสเดียวแล้วจะทำได้เลย แต่ต้องฝึกทำหลายๆ ครั้ง จึงจะสามารถทำได้ นอกจากช่วยเผาผลาญพลังงานโดยรวมได้ดีแล้ว ยังช่วยให้มีรูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย มากกว่าการเต้นแบบอื่น ๆ ซะอีก การเต้นโพลแดนซ์ 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 250-500 แคลอรี

 

3. เต้นฮิปฮอป

     ฮิปฮอปเป็นการเต้นแนวสตรีทแดนซ์ ได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา และแพร่ขยายไปทั่วโลก จุดเด่นคือเป็นการเต้นที่ดูแข็งแรง มีพลัง ใช้จังหวะเพลงที่เร็วปานกลางถึงเร็วมาก ผู้เต้นจะได้เคลื่อนไหวร่างกายไปทุกสัดส่วน ทั้งกระตุกร่างกาย ย่อขา โยกตัวขึ้นลง และกระโดดไปตามจังหวะเพลง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง การเต้นฮิปฮอป 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 370-610 แคลอรี

 

4. เต้น Cover Dance

     คัฟเวอร์แดนซ์เป็นการเต้นเลียนแบบวงศิลปิน K-POP หรือเต้นคัฟเวอร์ศิลปินเกาหลี บอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ป การเต้นสไตล์นี้เป็นการผสมผสานการเต้นหลากหลายแบบเข้าไว้ด้วยกัน จะมีความสนุกในการได้เลียนแบบท่าเต้นให้ได้เหมือนเป๊ะสุดๆ ยิ่งใครเป็นติ่งเกาหลีและชื่นชอบศิลปินวงนั้น ๆ ก็จะยิ่งอิน ยิ่งเต้นออกสเตปชัดเจน ช่วยเผาผลาญพลังงานโดยรวมได้ดีไม่แพ้การเต้นแบบอื่น ๆ การเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 300-600 แคลอรี

 

5. Piloxing Dance

     ไพล็อกซิ่งเป็นการเต้นที่ผสมผสานระหว่าง Pilates และ Boxing เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การเต้นประเภทนี้มีท่าทางที่ลื่นไหล ดูเซ็กซี่ และดูมีพลังไปพร้อมกัน การเต้นแนวนี้ต้องใช้พลังเยอะ เน้นคาร์ดิโอจากท่าทางการต่อยมวย แถมยังได้ความยืดหยุ่น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อด้วยท่าพิลาทิสต่าง ๆ เหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ช่วยเบิร์นไขมันและสร้างกล้ามเนื้อไปในตัว

 

การเต้นถือเป็นการเผาผลาญพลังงานได้ดีมาก ยิ่งเต้นเพลงที่เร็วยิ่งทำให้เสียเหงื่อเยอะขึ้น ทุกคนสามารถเต้นได้แบบไม่มีการแบ่งแยกเพศ อายุ หรืออะไรก็ตาม มันคือความสนุกสนานที่ทุกคนสามารถทำได้ค่ะ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

วิธีสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

ออกกำลังกายวันนั้นของเดือนได้หรือไม่



บทความที่น่าสนใจ

ฟิตเนส ( Fitness ) เวทเทรนนิ่งก่อนคาดิโอ
ตะคริวเกิดจากอะไร มีอาการ และมีวิธีแก้อย่างไร