ออกกำลังกายวันนั้นของเดือนได้หรือไม่

Share : facebook_share google_share line_share twitter_share messenger_share

ออกกำลังกายวันนั้นของเดือนได้หรือไม่



วันนั้นของเดือนคงเป็นวันที่สาว ๆ หดหู่ ฮอร์โมนสวิงไปมาน่าดู และคงต้องหงุดหงิดมากถ้าจะให้ออกกำลังกายในวันนั้นของเดือน เรามาดูกันดีกว่าว่าการออกกำลังกายในวันนั้นของเดือนจะทำได้หรือไม่

 

ในทุก ๆ 1 เดือนของผู้หญิง จะต้องเจอกับอุปสรรค์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยแม้แต่น้อย มันเป็นยิ่งกว่าสงคราม นั่นก็คือ ประจำเดือน หรือ รอบเดือน หรือเรียกอีกอย่างเป็นภาษาบ้าน ๆ ที่เราเข้าใจนั่นก็คือ เมนส์

วันนั้นของเดือนเกิดจากเลือดและเนื้อเยื้อที่เกาะอยู่ในโพรงมดลูกหลุดออกมา ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเพศหญิง ในแต่ละรอบถือว่าเป็นสิ่งที่ทรมานร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะจะมีทั้งอาการปวดท้อง ไม่สบายตัว เบื่อง่าย หงุดหงิด และอารมณ์เสีย ทำให้สาว ๆ อยากหมกตัวอยู่เงียบ ๆ ไม่อยากสุงสิงกับใคร

แต่ !!! สำหรับผู้หญิงบางกลุ่มคงมีข้อสงสัยว่าเป็นวันนั้นของเดือนจะสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่ เพราะบางคนออกกำลังกายทุกวันจนชิน พอมีประจำเดือนก็ต้องหยุดชะงักการออกกำลังกายลงไป ช่างเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดเหลือเกิน วันนี้เรามาไขข้อข้องใจให้กับสาว ๆ กลุ่มนี้กันเถอะ

 

นักกีฬาแถวหน้าไม่อยากยอมหยุดออกกำลังกายเพียงเพราะเป็นวันนั้นของเดือน แล้วสาว ๆ ที่ออกกำลังกายมือสมัครเล่นก็ไม่จำเป็นต้องหยุดเช่นเดียวกัน นักวิจัยชาวตุรกีทำการวิจัยกับนักกีฬาจำนวน 241 คนเกี่ยวกับผลกระทบในการแข่งขันในขณะเป็นวันนั้นของเดือน 3 ใน 4 คนกล่าวว่าตนเองรู้สึกแย่ช่วงก่อนมีประจำเดือน 63% บอกว่าปวดประจำเดือนน้อยลงหลังจากการซ้อมและการแข่งขัน 62.2% พวกเขามั่นใจว่าสามารถออกกำลังกายได้เหมือนปกติเทียบกับช่วงปกติของเดือน

ซึ่งผลสรุปจึงออกมาว่า การออกกำลังกายในช่วงวันนั้นของเดือนสามารถทำได้ค่ะ และที่สำคัญมีประโยชน์มากสำหรับสาว ๆ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ ดังนี้ค่ะ

-ช่วยลดกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน

     การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การออกกำลังกายแบบแอโรบิก สามารถช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้ เช่น ท้องอืด เป็นตะคริว ปวดศีรษะ ปวดหลัง คัดหน้าอก อารมณ์แปรปรวน ที่ผู้หญิงต้องพบเจอในช่วง 2-3 วันก่อนวันนั้นของเดือนได้

-เพิ่มการหลั่งสาร Endorphin

     การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายหลั่งสาร Endorphin หรือสารแห่งความสุขมากขึ้น จึงช่วยปรับอารมณ์ และทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น อีกทั้งสาร Endorphin ยังได้ชื่อว่าเป็นสารแก้ปวดตามธรรมชาติ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดในช่วงวันนั้นของเดือนได้ด้วย

-ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

     การออกกำลังกายช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น จึงช่วยบรรเทาอาการเป็นตะคริว ปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดหลังที่เกิดขึ้นขณะเป็นวันนั้นของเดือน

-ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

     อาการปวดประจำเดือน และอารมณ์แปรปรวนที่เกิดขึ้นนั้น อาจทำให้สาว ๆ บางคนมีปัญหาการนอนในช่วงที่มีประจำเดือนได้ด้วย การออกกำลังกายจะช่วยบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ และช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย จึงทำให้สามารถนอนหลับได้ดีขึ้น

-ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

     อาการหรือภาวะปวดประจำเดือนที่ทำให้ปวดท้องน้อยถือเป็นอีกหนึ่งความทรมานของผู้หญิงที่ต้องเจอ และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก แต่เพียงแค่คุณออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินรอบหมู่บ้าน ก็อาจช่วยให้อาการปวดประจำเดือนของคุณดีขึ้นได้

 

เรามาดูกันดีกว่าว่าการเป็นวันนั้นของเดือนสามารถออกกำลังกายแบบไหนได้บ้าง

1.โยคะ และพิลาทีส

     ในช่วงที่มีประจำเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็นตะคริว ปวดหลัง กล้ามเนื้อล้า การเล่นโยคะหรือพิลาทีสจะช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่ล้าและตึง อีกทั้งท่าออกกำลังกายบางท่ายังช่วยบรรเทาอาการปวดตามส่วนต่าง ๆ ได้อีกด้วย เช่น การออกกำลังกายบนลูกบอลเพิ่มแรงกดที่หน้าท้อง บรรเทาอาการปวดท้อง ท่า Cat Pose หรือ ท่า Restorative Pose ช่วยยืดกล้ามเนื้อหลัง แก้ปวดหลังได้ แต่ไม่ควรฝึกท่ากลับหัวนะคะ

2.การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอแบบเบา

     การออกกำลังแบบคาร์ดิโอ เช่น การเดินไปมา การเต้นแอโรบิกแบบเบา ๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เสริมสร้างความแข็งแรงให้หัวใจและหลอดเลือด ทำให้อาการปวดประจำเดือน ท้องอืด และตะคริวบรรเทาลงได้

3.การปั่นจักรยาน

     การออกไปปั่นจักรยานรับอากาศบริสุทธิ์จะช่วยทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ แถมยังทำให้ลดอาการปวดท้อง และลดความเครียดช่วงมีประจำเดือนได้ดีอีกด้วยนะ

4.การซิทอัพ

     ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าการซิทอัพเป็นการออกกำลังกายที่ดี เพราะจะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ดี และยังช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณมดลูกมีความยืดหยุ่นและทำงานได้ดีมากขึ้นอีกด้วย

 

          ข้อแนะนำสำหรับผู้หญิงที่อยากออกกำลังกายช่วงวันนั้นของเดือน

-ไม่หักโหมเกินสภาพร่างกาย

     ในระหว่างที่เป็นวันนั้นของเดือน ร่างกายของผู้หญิงอาจจะอ่อนแอจากการเสียเลือด ดังนั้นคุณอาจจะเลือกออกกำลังกายเบาๆ ไปก่อน เพราะผู้หญิงแต่ละคนมีสภาพร่างกายต่างกันในช่วงมีประจำเดือน บางคนเสียเลือดมาก หรือปวดท้องมาก คุณจึงต้องพิจารณาสภาพร่างกายตัวเองก่อนว่าพร้อมจะออกกำลังกายไหม แม้จะไม่มีข้อห้ามในการออกกำลังกายช่วงมีประจำเดือน แต่สาว ๆ ย่อมรู้จักร่างกายของตัวเองดีที่สุดค่ะ

-หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ

     การว่ายน้ำในช่วงวันนั้นของเดือนอาจส่งผลร้ายต่อร่างกายของคุณได้ เพราะในช่วงที่ร่างกายของคุณอ่อนแอ เชื้อโรคในน้ำอาจทำให้คุณเกิดการติดเชื้อในมดลูกได้ ดังนั้นขอแนะนำให้งดเว้นไปก่อน และเลือกออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น ๆ แทนไปก่อนนะคะสาว ๆ

-สวมผ้าอนามัยสำหรับกลางคืนหากคุณจะเล่นโยคะ

     สำหรับคนที่ชอบเล่นโยคะ ขอเตือนว่าคุณควรเลือกใส่ผ้าอนามัยสำหรับกลางคืนป้องกันเอาไว้ด้วย เพราะเล่นโยคะจะทำให้คุณต้องยืดตัวหรือบิดตัวไปมา คงไม่ดีแน่หากคุณมีเลือดประจำเดือนเปื้อนกางเกงหรือเสื่อโยคะในขณะที่คุณกำลังยืดร่างกายอยู่ (งานนี้ผ้าอนามัยสำหรับกลางคืนช่วยคุณได้เยอะ ยิ่งเป็นผ้าอนามัยแบบยาว ๆ ยิ่งดีเลยค่ะ) และสำหรับคนที่ไม่ไหว อาจเลี่ยงการเล่นโยคะร้อนไปก่อนนะคะ

-ห้ามอดอาหารเด็ดขาด

     หลายคนต้องการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก จึงพยายามอดอาหาร ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดค่ะ ไม่ใช่เฉพาะตอนที่เป็นวันนั้นของเดือนเท่านั้น คุณควรรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเสมอ โดยเลือกอาหารที่มีประโยชน์ และให้พลังงานไม่เยอะมากแทนค่ะ การอดอาหารจะทำให้คุณไม่มีแรงออกกำลังกาย ยิ่งเป็นวันนั้นของเดือนด้วยแล้ว ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลยค่ะ

 

          อาหารแนะนำในช่วงที่เป็นวันนั้นของเดือน

1.ผลไม้

     ผลไม้คงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของหลายคนอย่างแน่นอน นอกจากจะช่วยเรื่องต่าง ๆ อย่างที่เราก็ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าขึ้นชื่อว่าผลไม้ก็สามารถทานได้หมดเพราะบางอย่างก็ไม่ไหวที่่จะทานในช่วงนี้ ดังนั้น ผลไม้ที่อยากจะแนะนำให้เลือกรับประทานในช่วงที่เป็นวันนั้นของเดือนก็คือ แอปเปิ้ล องุ่น กล้วย ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ วิตามินซีและน้ำตาลธรรมชาติจากผลไม้จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดง่าย อีกทั้งลดอาการปวดเกร็งตามร่างกาย

2.เนื้อปลา

     นอกจากเป็นเนื้อสัตว์ประเภทไขมันต่ำและมีกรดอะมิโนจำเป็นสูงยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายโดยเฉพาะจำพวกปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า และ ปลาแซลมอน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยสร้างสารที่จะช่วยลดอาการบวมน้ำภายในร่างกาย รวมถึงช่วยลดอาการปวดเกร็งภายในช่องท้องซึ่งเกิดจากการบีบตัวของมดลูกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งทำให้ย่อยง่าย ช่วยลดปัญหาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ หรืออาการท้องเสียในช่วงประจำเดือนมาวันแรก ๆ อีกด้วยค่ะ

3.น้ำ

     น้ำเปล่าที่เราดื่มกันนี่แหละค่ะ จะเป็นตัวช่วยที่ดีในเรื่องของอาการบวมน้ำรวมถึงการเติมน้ำให้กับร่างกายที่มีการสูญเสียเลือดในช่วงวันนั้นของเดือน ถึงแม้ว่าในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือนฮอร์โมนเอสโตรเจนจะทำให้ตัวบวม อึดอัด นี่คือเหตุผลที่น้ำเปล่ามีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะไหนจะเป็นตัวที่ขับโซเดียมเป็นสาเหตุให้ตัวบวมออกมา เราจึงควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวันค่ะ

4.ผักใบเขียวเข้ม

     ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักคะน้า กวางตุ้ง สาหร่าย ตำลึง ผักโขม ผักปวยเล้ง จะมีธาตุเหล็ก วิตามินบี 6, บี 12, บีรวม และกรดโฟลิก ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเลือดสูงเนื่องจากช่วงที่เราเป็นวันนั้นของเดือนร่างกายของเราต้องการธาตุเหล็กสูง และเส้นใยจากผักจะไปช่วยในเรื่องของอาการท้องผูกในระหว่างที่เป็นวันนั้นของเดือนอีกด้วยค่ะ

5.น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง

     น้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองที่เราเห็นตามท้องตลาด หาซื้อได้ง่าย ๆ แค่เดินออกมาปากซอย สาว ๆ ที่มีอาการปวดท้องในช่วงวันนั้นของเดือน น้ำเต้าหู้และนมถั่วเหลืองสามารถช่วยคุณได้ เพราะมีสารไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ที่ชื่อ เจนนิสทีน (Genistein) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศหญิง (Anti-Estrogen) อย่างอ่อน จึงช่วยลดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ค่ะ

 

สำหรับสาว ๆ ที่ลังเลมาตลอดว่าออกกำลังกายในช่วงวันนั้นของเดือนได้ไหม เรามีคำตอบให้ทุกคนแล้วนะคะ แถมยังมีอาหารแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย ยังไงก็ตามถ้าจะออกกำลังกายควรเช็คตัวเองก่อนว่าไหวหรือเปล่า เพราะถ้าไม่ไหวก็ต้องนอนพักผ่อนให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง แต่ถ้าไหวก็ลุยเลยค่ะ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มาออกกำลังกาย ให้ถูกต้องกันเถอะ

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ การออกกำลังกาย



บทความที่น่าสนใจ

เทรนเนอร์ สำคัญอย่างไร ?
ออกกำลังกายยังไงให้หลับสบาย