ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ การออกกำลังกาย

Share : facebook_share google_share line_share twitter_share messenger_share

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ การออกกำลังกาย



การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่การออกกำลังกายที่หนักเกินไป ออกกำลังกายโดยไม่ดูขีดจำกัดของตัวเอง หรือบางคนไม่ออกเลย อันนี้ก็อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วก็มีหลายคนเลยทีเดียวที่มีความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย

 

ยิ่งออกกำลังกายเยอะ ๆ หนัก ๆ ยิ่งดี

จริงอยู่ที่การขยันออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องดี แต่การที่หักโหมมากเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหว ก็อาจจะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยได้ หรือบางคนอาจกลายเป็นโรคเครียดหรือซึมเศร้า เพราะความทุกข์จากการออกกำลังกายได้ ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายอย่างมีความสุขและออกให้ถูกวิธีจะดีที่สุด

 

จะมีกล้ามเนื้อได้ ต้องอัดโปรตีนเข้าไปเยอะ ๆ

การออกกำลังกานควบคู่ไปกับการกินโปรตีนด้วยอาจจะช่วยในการเพิ่มกล้ามเนื้อได้เล็กน้อยเท่านั้น อย่าที่ ดร. ซูนซาน เนลสัน สทีน หัวหน้าแผนกโภชนาการสำหรับการออกกำลังกายของมหาวิทยาลัยวอชิงตันฮัสกี้ได้บอกไว้ นักกีฬาที่แข็งแรงต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังคงต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อเสริมสร้างไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ เธอชี้ให้เห็นว่าการหดตัวที่ทรงพลังของกล้ามเนื้อ (เช่นการยกน้ำหนัก) ใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต “ไม่ว่าไขมัน หรือโปรตีนก็ไม่สามารถถูกสันดาปได้ไวพอต่อความต้องการของการออกกำลังกายอย่างหนัก ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เพียงพอในแต่ละวันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสะสมไกลโคเจน” เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ 

 

ยกน้ำหนักจะทำให้ล่ำ

เชื่อเลยว่าสาว ๆ หลายคนคิดแบบนี้ แล้วพยายามเลี่ยงการยกน้ำหนัก แต่สาว ๆ คงจะลืมนึกกันไปว่า การยกน้ำหนักแบบง่าย ๆ นั้นช่วยให้ลดไขมันได้อย่างรวดเร็ว การยกน้ำหนักจะทำให้มีมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้น จึงส่งผลให้มีการเผาผลาญที่ดีขึ้น สำหรับสาว ๆ ที่กังวลว่ายกน้ำหนักแล้วจะล่ำนั้น ต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่ เพราะกล้ามเนื้อผู้หญิงไม่ได้ถูกสร้างมาเหมือนผู้ชายจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะได้กล้ามที่ใหญ่โตขนาดนั้น จะเห็นได้ว่าการเล่นเวทนั้นมีแต่ได้กับได้ แต่ก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง หากไม่มั่นใจควรศึกษา หรือถามผู้รู้ให้แน่ใจก่อน

 

การออกกำลังกาย จะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ทุกอย่าง รักษาได้ทุกโรค

ความเชื่อแบบนี้ เป้นความเชื่อที่ผิดมาก ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้สุขภาพดี แต่ถ้าหากว่ามีโรคประจำตัวอย่างเช่นโรคหัวใจ หรือโรคหอบ ก็ควรที่จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนที่จะออกกำลังกาย เพราะถ้าออกกำลังกายไม่เหมาะสมก็อาจจะทำให้อาการทรุดหนักได้ แต่ถ้าหายคุณมีอาการเจ็บป่วยก็ยังต้องไปหาหมออยู่นะ ส่วนการออกกำลังกายนั้นเป็นตัวช่วยที่ช่วยให้คุณแข็งแรงขึ้นเท่านั้น

 

ถ้าหากไม่ออกกำลังกายให้หนักอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า

มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า แม้การออกกำลังกายระดับปานกลาง อย่างเช่น การเดิน และการทำสวนไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ก็ทำให้ได้ประโยชน์มากมาย มีการศึกษาหนึ่งพบว่าการทำสวนแม้เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้

 

ออกกำลังกายแล้วจะกินอะไรก็ได้

การที่คุณคิดว่าคุณกินนั่น กินนี่ ที่มีไขมันเยอะ อย่างพวกฟาสฟู๊ด แล้วจะชดเชยความผิดนี้ด้วยการออกกำลังกาย คุณอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่หวัง เพราะการกินอาหารที่ได้ดีต่อสุขภาพเข้าไปบ่อย ๆ นอกจากจะทำให้มีไขมันสะสมในร่างกายแล้ว อาจทำให้คุณป่วยได้ด้วย การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่เพียงเท่านั้น หากคุณเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพดี คุณจะได้พลังงานที่ดี และประโยชน์จากการออกกำลังกายเกือบเต็มที่

 

เพิ่มการเผาผลาญไขมันได้โดยการออกกำลังกายนานขึ้น แต่เบาลง

ไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าพลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกายนั้นมาจากไขมัน หรือคาร์โบไฮเดรตกี่เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่สำคัญคือ คุณใช้พลังงานไปทั้งหมดเท่าไรในแต่ละวัน ยิ่งออกกำลังกายหนัก ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญไปในแต่ละนาทีก็จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ ๆ จะได้รับคำแนะนำให้เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน เนื่องจากอาจทนการออกกกำลังกายอย่างหนักไม่ได้ และการออกกำลังกายเบา ๆ ก็ปลอดภัยสำหรับผู้เริ่มต้น

 

หากหยุดออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะเปลี่ยนเป็นไขมัน

กล้ามเนื้อและไขมันเป็นเนื้อเยื่อคนละชนิดกัน ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนกันไปมาได้ เพราะความจริงแล้วกล้ามเนื้อจะฝ่อไปหากไม่ได้ใช้งาน  ดังนั้น หากคุณกินตามปกติ แต่หยุดออกกำลัง คุณจะมีไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น และสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

 

ไม่เจ็บ ไม่ปวด เท่ากับไม่ได้ออกกำลังกาย

ถ้าหารว่ารู้สึกเจ็บหรือปวดมาก นั้นหมายความว่า คุณอาจกำลังทำอะไรบางอย่างผิดพลาดแล้วเกิดอาการเจ็บปวดก็ได้ ซึ่งอาการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกายครั้งแรกก็สามารถพบได้ทั่วไป แต่หากอาการปวดเป็นอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าคุณอาจกำลังหักโหมมากเกินไป ซึ่งอาการปวดที่ว่า คือ อาการปวด เจ็บ ตึง กดเจ็บ หรือบวม เคลื่อนไหวลำบาก จะเจ็บตอนเคลื่อนไหวร่างกาย แต่อยู่เฉย ๆ จะไม่รู้สึกอะไร อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย (Delayed onset muscle soreness) จะเริ่มมีอาการปวดตั้งแต่ 12 - 48 ชั่วโมง หลังการออกกำลังกาย แต่ปวดมากสุดช่วง 48 - 72 ชั่วโมง แล้วอาการปวดต่าง ๆ จะลดลงจนหายไป เป็นผลมาจากการอักเสบ และการฉีดขาดของเนื้อเยื่ออิลาสติก (Elastic tissue) รอบ ๆ เส้นใยกล้ามเนื้อ ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี และกล้ามเนื้อที่แข็งแรงควรรอให้อาการบาดเจ็บลดลงก่อน (หลัง 72 ชั่วโมง) ไม่เช่นนั้นคุณอาจบาดเจ็บแทนได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ออกกำลังกาย แบบไหนดี

ศรีนครินทร์ฟิตเนส มีอะไรบ้าง



บทความที่น่าสนใจ

ผอมแต่มีพุงต้องทำอย่างไรดี
วิธีเพิ่มพลังตนเองง่ายๆ หลัง ออกกำลังกาย